Supawat's profile--++ KaNe_SC ++--PhotosBlogListsMore Tools Help

Supawat CHOMCHAN

Occupation
Location
Interests

Windows Media Player

(alphabetically)

--++ KaNe_SC ++--

Presque comme vacances
August 29

จะไปแล้ว

บ่นไปบ่นมา อุปสรรคมากมาย ในที่สุดอีกไม่เกินห้าวัน ฉันก็จะร่อนไปปารีสแล้วหล่ะ ถ้าใครแวะผ่านมาทางนี้บ่อย ๆ ก็ขอให้แวะผ่านมาเรื่อย ๆ นะ เพราะหลังจากนี้จะพยายาม เขียนสารคดีท่องเที่ยวปารีส ในแบบที่คุณอาจจะไม่เคยได้เห็นมาก่อนมาให้อ่านมาให้ชมกัน ติดตามกันดี ๆ ล่ะ ถ้าได้รายละเอียดเบอร์โทรที่อยู่ติดต่ออย่างไรก็จะเอามาใส่ไว้นะจ้า
August 04

Mood swing

และแล้วอีกหนึ่งเดือนก็ผ่านไป

หลายคนคงทราบแล้วว่าศุภวัฒน์ได้รับคำตอบจากมหาวิทยาลัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงกระนั้นความดีใจอยู่ได้เพียงชั่วครู่ เพราะปัญหาต่าง ๆ ก็ตามมาทันที


หาที่พัก


พยายามหาแบบระยะยาว
ติดต่อที่อยู่เก่าไปตอนแรกก็ตอบกลับมาดี แต่ตอนหลังเจ้าของเสือกเปลี่ยนใจไม่ให้เช่าระยะยาวแล้ว (แม่บอกมันหนีภาษีชัวร์ ๆ)

พยายามหาแบบระยะสั้น
ติดต่อไปตามเอเจนซีต่าง ๆ แมร่งก็ไม่ตอบอีก ทั้ง ๆ ที่ลงท้ายจม.มาว่า "หวังว่าเราคงหาข้อสรุปได้เร็ว ๆ นี้" มันส่งมาทีไรเราก็ตอบทันทีไ่ม่รีรอ มีแต่มันนะแหละช้าาาา จนห้องที่เลือกไว้หน่ะมันไม่ว่างกันหมดและ มันน่าจะคิดได้บ้างนะว่าที่ตรูหา "ข้อสรุป" กับมรึงไม่ได้สักทีหนะมันเป็นเพราะใครกันแน่ว้า นี่ส่งไปหลายที่แล้วก็ยังรอการตอบกลับอยู่

พยายามหาแบบชั่วคราว
ก็ลองไปคลิกตามหน้าโรงแรมดู แมร่งก็บอกไม่ว่าง เอ้อ เอากับมันสิ


ขอวีซ่า

เอกสารขาดเพียงแค่ชิ้นเดียวก็จะไปขอได้ แต่มันก็ยังไม่มาสักที ทั้งที่เป็นต้นฉบับในรูปแบบของจม. และทั้งที่เป็นสำเนาในรูปแบบอิเล็กโทรนิกส์ ไม่มาทั้งคู่ พยายามติดต่อฝ่ายที่ออกเอกสารให้แล้ว ก็ไม่มีสัญญานตอบรับใด ๆ กลับมาเลย แล้วแผนกวีซ่ามันก็ต้องการไอ้เอกสารแผ่นนี้อีกต่างหาก ถ้าขาดแมร่งก็ไม่รับพิจารณา เอ้อ เอากับมันสิ มันไม่อยากให้คนไปกันขนาดนั้นเลยใช่มะ แม้แต่คนเรียนต่อเนี่ย


จะเรียกว่าเป็นช่วงห่าอะไรของชีวิตก็ไม่รู้ ขอบอกว่าช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมานี่ ชีวิตมี mood swing ครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ครั้งก่อนหน้านี้คือช่วงตอนปีสามเทอมสอง แต่ครั้งนี้เป็น mood swing ที่รุนแรงกว่าครั้งก่อน ๆ เพราะนั่งอยู่ดี ๆ ก็สามารถร้องไห้ออกมาได้โดยไม่รู้ตัว เครียดมากจนกระทั่งนอนไม่ได้ จนพาลป่วยไปในบางช่วง คิดดูสิว่า ป่วยเจอเครียด ชีวิตมันจะบัดซบแค่ไหน ออกไปเจอหน้าเพื่อนที่รร.เก่ามันยังกลัว เพราะ รังสีอำมหิต - เครียด - ซึม มันสูงมาก

เขียนให้อ่านกันขนาดนี้ ก็คงจะไม่ผิดนักถ้าคุณ ๆ จะเรียกช่วงแบบนี้ว่าเป็นช่วงดวงตก
บ้างก็มีคนทักว่าไอ้พวกเนี้ยเป็น sign ที่บอกว่าไม่ควรจะเดินทางไปเรียนต่อ เพราะอะไร ๆ มันก็ดูมีอุปสรรคมากไปเสียหมด จนทุกอย่างมันวุ่นวายไปหมด

ความวุ่นวายทุกอย่างนี้เกิดขึ้นจากสองสิ่งเท่านั้นนั่นคือ
การตอบรับของมหาวิทยาลัยที่ช้าเกินไป และ ความงี่เง่าของแผนกวีซ่า


ทำไม
ถ้ามันตอบรับเร็วกว่านี้ล่วงหน้ามาก ๆ ฉันก็จะได้มีเวลาเตรียมตัวทำอะไรมากกว่านี้
มหาวิทยาลัยรู้ว่าเราเป็นนร.ต่างชาติอยู่ต่างประเทศ ต้องใช้เวลาในการดำเนินการนาน แต่ไม่หาทางจะเร่งรัดให้กระบวนการมันเร็วขึ้นเลยแม้แต่น้อย
แผนกวีซ่าเป็นแผนกที่ปิดกั้นตัวเองได้อีก อยากรู้ไปลองดูเอง ไม่อยากพูดให้เป็นเสนียดติดบล็อก

สรุป
ถ้าครั้งนี้ไม่ได้ไปเรียน เราก็จะไม่เสียใจ เพราะมันคงทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้วนอกจากรอ และถ้าเลือกได้ก็คงจะขอไม่ไปเหยียบประเทศนี้ด้วยวัตถุประสงค์ทางการเรียนอีกต่อไป แค่ไปเที่ยวก็พอ นอกนั้นขอไม่ดีกว่า ถึงแม้ฉันจะใช้ภาษาฝรั่งเศสได้ดี แต่ ฉันคงไม่เหมาะกับประเทศนี้ เพราะฉันเกลียดระบบของประเทศนี้ ซึ่งนั่นหมายถึงว่า ฉันสามารถเป็นคนฝรั่งเศสได้เต็มตัวแล้ว เพราะแม้แต่คนฝรั่งเศสเองยังเกลียดระบบของประเทศมันเองเล้ยไม่ต่างอะไรจากคนไทยที่เกลียดระบบของไทยนั่นแหละ แต่ที่อยู่กันในประเทศของตัวเองได้เพราะมันเป็น "บ้าน" ของเราไง เราอยู่ด้วยความชิน แต่กว่าเราจะชินกับไอ้ความบ้าบอของประเทศอื่นได้ก็คงใช้เวลาสักหกเจ็ดปีได้มั้ง ถึงแม้ว่าดูแล้วประเทศมันจะดูสวยงามจากภายนอก แต่ภายในของมันแล้วมันก็มีอะไรที่แย่ ไม่ต่างจากประเทศอื่น ๆ หรอก

วันนี้เขียนโดยใช้ stream of conciousness ถ้าไม่ได้เรียบเรียงอะไรก็ขออภัย ถ้าอ่านแล้วเครียดหรือเซ็ง ก็ถูกแล้วล่ะ แล้วก็ขอให้รับรู้ไว้ว่าฉันรู้สึกอย่างที่คุณรู้สึกได้ตอนอ่านนั่นเอง


July 09

ชีวิตน่าเบื่อ


ตอนนี้ชีวิตกำลังอยู่ในจุดที่ไม่มีความเร้าใจใด ๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตเลย

น่าเบื่อได้อีก ถึง น่าเบื่อที่สุด

ถ้าวันไหนไม่ได้สอนละก็ วัน ๆ จะไม่เป็นอันทำอะไร
มีแต่หนังสือกองอยู่รอบตัว ทุกซอกทุกมุมที่พึงจะนั่งได้
ห้องทำงาน ห้องดูทีวี ห้องทานข้าว ห้องน้ำ ในรถ ฯลฯ

หนังสือบางส่วนนั้นอยากอ่านแทบใจจะขาด แต่อ่านยังไม่ได้
เพราะมีหนังสืออีกส่วนหนึ่งที่ต้องอ่านใ้ห้เสร็จก่อน
ทำไมคนเราจะอ่านอะไรในสิ่งที่อยากไม่ได้ฟระ
แล้วทำไมความอยากอ่านอะไรสักอย่างจะต้องเกิดตอนที่ต้องอ่านอะไรอย่างอื่นเสมอ
ไม่เข้าใจ

ใช่ ตอนนี้ชีวิตศุภวัฒน์ จมมมมอยู่ในกองหนังสือนั่นแหละ
แล้วก็เป็นหนังสือบังคับอ่านเสียด้วย
เหมือนกับตอนเรียนในโรงเรียนหน่ะ จะต้องมีหนังสืออ่านนอกเวลา
ซึ่งเลือกกันมาให้อ่านได้อยู่ันั่นแหละน้ออออ น่าสนใจก็หาไม่ ถ้าดีก็ไม่ว่ากัน

ด้วยเหตุนี้ทำให้คิดอยู่ว่าถ้าเรียนต่อตรูจะมีความสุขไหมเนี่ย

นอกจากการอ่านแล้ว ศุภวัีฒน์ก็ต้องมีชีวิตอยู่หน้าคอมพิวเตอร์
เพราะมันเป็นอุปกรณ์การทำงานคู่ชีพอย่างหนึ่ง
ไว้พิมพ์สรุป ไว้ค้นข้อมูล
แต่ก็ยัีงดีเพราะมันยังเอาไว้หลีกหนีความจริงได้บ้างเป็นบางเวลา
แต่ก็ใช่ว่าจะหลีกหนีได้พ้นในบางเวลานั้น ๆ
โดยเฉพาะเวลาเช็คเมล์แล้วเจอข้อความเกี่ยวกับการงาน
เช่น
อีเมล์ทวงงาน
อีเมล์จากมหาวิทยาลัยที่ปารีสซึ่งไม่ได้ตอบอะไรตรูเลย
อีเมล์แจ้งความคืบหน้าการหาที่พัก
(จริงได้อีกไหมล่ะ)

พอหลุดจากกองหนังสือหรือหน้าจอคอมออกมาก็จะมีสิ่งที่ทำอยู่ไม่มาก
ซึ่งแบ่งได้เป็น

สิ่งบั่นทอนสภาพจิต
เช่น
เปิดทีวี เปิดหนังสือพิมพ์ดูแล้วเจอข่าว หรือสารคดีโลกจะแตก
Sudoku (เวลาเล่นแล้วทำผิด)
เล่นกับหมาแล้วหมากัดกัน
นอนแล้วฝันร้าย

สิ่งสร้างเสริมสุขภาพจิต
เช่น
เล่นดนตรี ฟังเพลง
เปิดทีวีโดยที่ไม่เจอข่าว และสารคดีโลกจะแตก
Sudoku (เวลาเล่นแล้วทำถูก)
เล่นกับหมาแล้วหมาเล่นด้วย
นอนแล้วไม่ฝันหรือฝันดี
เจอเพื่อน พี่ น้อง

เมื่อไรจะมีอะไรใหม่ ๆ มาพาฉันออกไปจากชีวิตแบบนี้สักทีนะ




May 14

วิมัยบัตร


ช่วงนี้หลาย ๆ คนทราบกันดีว่าศุภวัฒน์กำลังอยู่ในช่วงร่อนจดหมายหามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในต่างประเทศ และคุณเอ้ยยยยขอบอกว่าประสาทจะกินมากมาย แต่ก็เถอะการติดต่อในช่วงนี้ก็ทำให้ศุภวัฒน์มีความรู้เพิ่มเติมขึ้นอีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับระบบไปรณีย์โลก

ซึ่งถ้าใครรู้แล้วไม่อยากอ่านก็ไม่ต้องอ่าน ใครที่รู้แล้วแต่อยากอ่าน ก็ขอเชิญเพื่ออัพเดทความรู้ ส่วนใครที่ไม่รู้ก็ขอให้อ่าน จะได้มีความรู้ไว้

เรื่องที่รู้เพิ่มขึ้นก็คือเรื่องของ "วิมัยบัตร" ดังที่ได้กล่าวไว้ในหัวข้อข้างต้นแล้ว แต่อ่านชื่อไทยก็คงไม่เข้าใจ ถ้าเป็นชื่อภาษาอังกฤษก็ืคือ International Reply Coupon หรือเป็นภาษาฝรั่งเศสซึ่งเป็นภาษาสากลของวงการไปรษณีย์ นั่นก็คือ Coupon-réponse international หน้าตาของมันเป็นเียี่ยงนี้ ขอขอบคุณ wikipedia สำหรับรูป


IRC



ด้านหลังนั้นก็จะมีคำอธิบายที่เป็นภาษาต่าง ๆ มีใจความเหมือนกับข้อความทางด้านหน้า แต่ไม่ได้เอารูปมาให้ตรงนี้เพราะมัน...เล็ก...มาก...ไม่เหมาะกับสายตาคนแก่อย่างพวกเรา เหอะ ๆ

ถ้าใครสังเกตดี ๆ รูปในตัวอย่างจะเป็นวิมัยบัตรที่ซื้อในอิตาลีเนื่องจากมีตัวย่อ IT และ ชื่อ Italie พิมพ์อยู่ แต่ถ้าเป็นของไทยก็จะเป็นตัวย่อ TH และมีชื่อ Thaïlande นอกจากนี้ก็จะมีภาษาฝรั่งเศสเขียนอธิบายการใช้ไว้ แต่สำหรับคนที่อ่านไม่ออกก็ไม่เป็น เราจะบรรยายวิธีการใช้งานเจ้าคูปองนี้ให้ฟังเอง

คูปองนี้ใช้สำหรับแนบไปกับจดหมายเปล่าแทนค่าสแตมป์สำหรับผู้ที่ต้องการจะตอบจดหมายเรามาจากต่างประเทศ ถ้ายังไม่เข้าใจอ่านต่อ

โดยปกติแล้ว เวลาเราส่งจดหมายให้ใคร ถ้าต้องการให้ฝ่ายนั้นตอบเราโดยไม่ต้องเสียค่าสแตมป์ เราก็จะสอดซองเปล่าติดสแตมป์ไปให้ แต่กรณีนี้ใช้ได้เฉพาะเมื่อผู้รับอยู่ในประเทศเดียวกันเท่านั้น แต่ถ้าผู้รับอยู่ต่างประเทศวิธีการนี้จะใช้ไม่ได้ เนื่องจากสแตมป์ของประเทศไหนก็จะใช้ได้เฉพาะในประเทศนั้นเท่านั้น สแตมป์ไทยใช้ในไทย สแตมป์ฝรั่งเศสใช้ในฝรั่งเศส ดังนั้นคูปองใบนี้จึงเป็นทางออกสำหรับการสอดซองเปล่าติดสแตมป์ ให้ผู้รับในต่างประเทศตอบกลับมาโดยไม่เสียตังค์

เราสามารถหาซื้อคูปองนี้ได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งในประเทศกลุ่มสมาชิกของ Union Postale Universelle หรือ  สหภาพไปรษณีย์สากล ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยมิฉะนั้นฉันก็ซื้อไม่ได้สิ ใช่มะ
ถ้าไม่มีก็ทักท้วงต่อว่าได้ เพราะเป็นกฏสากลว่าแต่ละที่ทำการต้องมีสำรองอยู่อย่างน้อยยี่สิบใบ และมักจะเก็บไว้อย่างดีในตู้นิรภัยของแต่ละที่ทำการด้วย รวมไว้กับสแตมป์สะสมอื่น ๆ ราคาขายของคูปองนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ของไทยจะอยู่ที่ใบละ 53 บาท อย่างที่ฝรั่งเศสอยู่ที่ 1.30 ยูโร อเมริกาอยู่ที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐ

วิธีใช้นั้นง่ายดาย ก็เหาะไปซื้อที่ไปรษณีย์ แนบไปกับซองเปล่าให้ผู้รับ ถ้าผู้รับจะเตรียมซองเองก็ไม่ต้องส่งซองไป แล้วพอทางนั้นจะตอบกลับเขาก็จะเอาคูปองนี้ไปใช้แลกสแตมป์หรือจ่ายค่าจัดส่งที่ไปรษณีย์สำหรับส่งจดหมายกลับมาหาเรา

โดยปกติแล้วคูปองหนึ่งใบจะสามารถใช้แลกกับค่าส่งจดหมายหนึ่งฉบับที่มีน้ำหนัก 20 กรัม ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ระเบียบของไปรษณีย์ในประเทศนั้น ๆ ของประเทศไทยหนึ่งใบแลกได้ 19 บาท ของฝรั่งเศสแลกได้สองราคาคือ 0.65 หรือ 0.85 ยูโร ขึ้นอยู่กับว่าส่งไปส่วนไหนของโลก ส่วนของอเมริกาจะแลกได้ 0.80 ดอลลาร์สหรัฐ
ในกรณีที่จดหมายที่ต้องการส่งมีน้ำหนักมากกว่า 20 กรัมก็จะต้องมีคูปองมากกว่าหนึ่งใบ โดยหนึ่งใบจะแทนค่าส่ง 20 กรัม สมมติถ้าต้องส่งเอกสารหนัก 100 กรัมก็ต้องใช้ทั้งหมด 5 ใบเป็นอาทิ ถ้าคูปองมีไม่พอผู้ส่งก็ต้องจ่ายตังค์เพิ่มเอง

ให้สังเกตว่าราคาที่แลกได้นั้นน้อยกว่าราคาที่ซื้อมาและยังมีความแตกต่างในแต่ละประเทศอีกด้วย ซึ่งจุดนี้เป็นปัญหาที่สหภาพฯ พยายามควบคุมอยู่ไม่ใช้เกิดการได้เปรียบเสียเปรีัยบกันระหว่างประเทศ เขาว่ากันนะ แต่เท่าที่เห็นก็ใกล้เคียงกันอยู่ไม่แตกต่างกันมากเท่าไรนัก

นอกจากนี้คูปองแต่ละใบก็มีอายุกำหนดในการใช้ อย่างรุ่นที่เห็นในภาพนี้จะหมดอายุตอนสิ้นปี 2009 ถ้าเลยจากนั้นจะแลกไม่ได้ ก็จะต้องเปลี่ยนไปใช้รุ่นใหม่

ถ้าใครมีโอกาสก็ลองใช้ดู มันคลาสสิกมาก ๆ หรือไม่ก็ไปซื้อมาเก็บเป็นที่ระลึกไว้บ้างก็ดี ก่อนที่มันจะเลิกใช้ไปเหมือนกับโทรเลขนั่นแล....


April 08

Prelude to the Afternoon of a Faun

 
สวัสดีเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคน ยินดีต้อนรับสู่หน้าร้อนอีกครั้ง เป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่ศุภวัฒน์ไม่ได้มาอัพบล็อกอะไรกับเขาบ้างเลย แต่วันนี้อารมณ์ดีและมีเรื่องอยากเขียนก็เลยจะมาอัพ แต่จะไม่ใช้สีแสบตานะเริ่มเห็นใจและ แต่ของเก่าก็จะไม่แก้หรอก หึหึหึ
 
เนื้อหาในวันนี้เราจะว่ากันด้วยหัวข้อที่มีความเกี่ยวข้องกับศิลปะสามแขนงด้วยกัน นั่นคือ จิตรกรรม ดนตรี และ วรรณกรรม (บูรณาการสุด ๆ เลยใช่มะ) นั่นแหละเป็นรสนิยมอันวิไลอย่างหนึ่งที่เด็กอักษรน่าจะไขว่คว้าหามาครอบครองกันไว้ได้
 
หมายเหตุในบทความนี้จะมีลิงค์ต่าง ๆ แทรกอยู่ในบทความเพื่ออรรถรสและสุนทรียภาพอันสมบูรณ์กรุณาคลิกเพื่อโหลดเพลง โน้ต หรือบทกลอนมาอ่านกันด้วยนะจ้า
 
ช่วงนี้ศุภวัฒน์ค่อนข้างจะว่างเลยมีโอกาสได้กลับมาเล่นดนตรีอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง และเมื่อไปขุดเพลงเก่า ๆ ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ออกมา ก็เจอกับเพลงที่ได้อัพโหลดไว้ในหน้าแรกของสเปซให้ทุก ๆ คนได้ฟังกัน เพลงนี้เป็นเพลงที่ศุภวัฒน์ชอบบบบบบบบบมากที่สุดในขณะนี้ ถ้าไม่ได้ยินเสียงกรุณาเปิดลำโพงดัง ๆ หรือจะโหลดไปฟังเลยก็ดีเพราะเพลงนี้เป็นเพลงคลาสสิกและใช้เครื่องดนตรีเล่นเพียงน้อยชิ้น
 
เพลงนี้มีชื่อว่า Prélude à l'Après-midi d'un Faune (โหลดเพลงและสกอร์) ชื่อเป็นภาษาอังกฤษก็ตามหัวข้อบล็อกนั่นแหละ เพลงนี้แต่งโดย Claude Debussy คีตกวีชาวฝรั่งเศสในยุคปลายคริสตศตวรรษที่ 19 อาจเรียกได้ว่าเป็นนักประพันธ์เพลงแบบ Impressionistic เนื่องจากเมื่อฟังเพลงส่วนใหญ่ของเขาแล้วมันช่างส่งผลกระทบต่อจิตใจเสียงนี่กระไร ใครรู้จักเพลง Clair de Lune ที่มาจาก Suite Bergamasque ก็เป็นผลงานของกระทาชายผู้นี้นี่เอง (โหลดเพลงเล่นกับเปียโนหรือวงออร์เคสตราพร้อมโน้ตเปียโน) 
 
เพลงนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบทกวีของ Stéphane Mallarmé กวีในแนว Symbolism ร่วมสมัยกับ Clade Debussy บทกวีชื่อว่า l'Après-midi d'un Faune (โหลดกลอน) บทกลอนนี้เป็นบท monologue ของโฟน ซึ่งคือสัตว์ในตำนานเทพปกรณัมที่มีร่างกายครึ่งบนเหมือนคนครึ่งล่างเหมือนแกะ (ถ้าใครนึกไม่ออกให้นึกถึงคุณธัมนุสในเรื่องนาร์เนียละกันลักษณะคล้าย ๆ กัน) โฟนตัวนี้เพิ่งตื่นมาจากฝันอันน่าอภิรมย์และได้เล่าบรรยายฝันนั้นในช่วงบ่ายวันหนึ่งในป่าใหญ่ที่มีอากาศร้อนอบอ้าว ด้วยความปรารถนาอาลัยอาวรณ์
 
เสียงของตัวโฟนในเพลงนี้แทนด้วยเสียงฟลุ๊ต solo ในหลาย ๆ ท่อน เพราะตัวโฟนนั้นเล่น pan flute เป็นเครื่องดนตรีประจำตัวพอมาเขียนเพลงให้กับวงออร์เคสตราก็เลยใช้ฟลุ๊ตเล่นแทน ส่วนท่อนต่าง ๆ ในเพลงในนั้นมีความสอดคล้องกับเนื้อหาของบทกลอนในแต่ละท่อนในแต่ละส่วน ซึ่งแสดงถึงความต้องการ ความประทับใจ ความถวิลหา ความอาลัยอาวรณ์ของโฟนที่มีกับความฝันนั้น นอกจากนี้เสียงของ French horn ที่ก้องและมีลักษณะอู้เล็ก ๆ ทำให้ได้บรรยากาศอันอบอ้าวของช่วงบ่ายในหน้าร้อนในป่า
 
เนื่องจากบทกลอนนี้มีตัวละครเอกเป็นตัวโฟน ในจิตรกรรมตะวันตกเองก็มีภาพวาดเกี่ยวกับโฟนไว้อยู่เช่นกัน
 
Arnold Böcklin - a Faun and a Nymph
 Arnold Bocklin - Faun and Nymph
 
Arnold Böcklin - Afternoon of a Faun
Arnold Bocklin - Afternoon of a Faun
 
Leon Baskt - Prelude to the Afternoon of a Faun
Leon Bakst - Prelude to the Afternoon of a Faun
 
Lévy-Dhrumer - Afternoon of a Faun
Levy-Dhrumer - Afternoon of a Faun
 
Pál Szinyei Merse - a Faun
Pal Szinyei Merse - a Faun
 
ยังไงลองนั่งดูภาพที่เหล่านี้ พร้อมฟังเพลง แล้วก็อ่านกลอนกันดู มันเป็นภาพที่งดงามให้ความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกจริง ๆ
 
ทิ้งไว้เท่านี้แหละ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับหน้าร้อนจ้า

 
Photo 1 of 22

Please kindly sign before leaving or leave you message here!!!

Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

 Segelboot auf der Alster Kopie

A full harvest of peace

I collected

The day I realised

That neither earth's great hunger

Nor Heaven's good feast

Desires my eager presence.

 

Have a wonderful week.

Kind regards,

A. & J.

May 21
sorry, this may be trouble some but im looking for union postale universelle postage sale in thai and ur blog just pop it up but i cant find the detail about it in ur blog so if u pls tell me where can i buy it and how much is it cost per 1 postage.. pls send me an answer at nangruth@hotnail.com thank you in advance
Jan. 23
หนูกานต์
แหม...ทำ Space ซะสวยเชียวนะพี่ไม่มีเวลาทำเลยอ่ะ ยุ่งมากๆ น้องกานต์จ๋า
พี่จะรับปริญญาวันที่ 12 ก.พ. 51 นะ ซ้อมใหญ่วันที่ 5 ก.พ. นะจ๊ะ มาได้ก็มานะ
แม่พี่คิดถึงหนูกานต์ของเขาจะแย่แล้วล่ะ ไม่รู้ว่าตกลงใครเป็นลูกใคร ใครเป็นแม่ใคร
กันแน่เนี่ยะ ? OK. ว่าไงก็บอกนะจ๊ะน้องรัก
 
PS. Happy New Year ย้อนหลังนะ พี่ว่าพี่ส่ง SMS ไปหานะไม่รู้ว่าได้ป่าว
Have a nice year นะจ๊ะที่รัก
 
Jan. 15
emmie pinkiewrote:
สวัสดีค่ะคุณครู หวังว่าคุณครูคงสบายดีอยู่นะคะ
เมื่อกี๊ชั้นไปฟังเพลงjazz ของ michel legrand แล้วคิดถึงแกทันทีเลย
เพราะฟังไม่ออกไปเสียแล้ว
Oct. 24
คิดถงนู๋กานต์จางเยย...นี่นู๋ดาเองงะ...แวะมาเยี่ยมเยียนบ้างนะ...คิดถึงเสมอจ้า
Oct. 1