Supawat 的个人资料--++ KaNe_SC ++--照片日志列表更多 工具 帮助

日志


4月7日

สัปดาห์หนังสือ

 
มาอัพรายสัปดาห์จ้า อ่านหัวเรื่องก็ไม่ต้องบอกแล้วว ว่าวันนี้ศุภวัฒน์จะมากล่าวถึงเรื่องอะไร
 
สัปดาห์หนังสือคราวนี้จัดเป็นคราวที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้แล้วล่ะ แต่สิ่งที่แน่ ๆ คือคนไปเยอะขึ้นเยอะขึ้นทุกปี ถ้าใครได้คุยกับศุภวัฒน์ช่วงนี้ ก็คงจะได้ยินฉันเปรย ๆ ไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะไม่ไป ซึ่งเหตุผลนั้น ได้แก่ คนเยอะ ไม่มีหนังสืออะไรที่น่าสนใจ ไม่ว่าง แต่ในที่สุดก็ไป...และก็ได้หนังสือกลับมาด้วย...มิหนำซ้ำปริมาณยังเท่าเดิมกับทุก ๆ ปี ตอนที่นั่งเขียนอยู่นี่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเท่าไรว่าอะไรมาดลใจให้ไปทั้ง ๆ ที่ได้ลั่นวาจาไปแล้วว่าจะไม่ไป แต่คิดไปแล้วก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา เพราะตังค์ก็จ่ายไปเรียบร้อยแล้ว
 
หนังสือที่ได้มามีทั้งหมด ๙ เล่ม เป็นวรรณกรรมฝรั่งเศส ๕ เล่ม วรรณกรรมแปล ๒ เล่ม หนังสือไวยากรณ์ ๑ เล่ม และพจนานุกรมอีก ๑ เล่ม ทั้งหมดนี้ล้วนแต่มีคุณภาพศุภวัฒน์การันตี แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นอะไรที่ควรจะมานั่งเขียนบล็อกให้ฟังจริงมะ
 
งานสัปดาห์หนังสือประเทศไทยจริง ๆ มันก็ดีนะ อย่างแรกคือเป็นเหมือนการรวมสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ไว้มากมายหนังสืออะไรก็สามารถหาได้ที่งานนี้ได้ง่ายดาย อย่างที่สองหนังสือราคาถูกกว่าปกติพอสมควร แค่สองอย่างนี้ก็เป็นสวรรค์ของคนที่รักการอ่านมากมายเลยล่ะ อยากได้อะไรก็มีมิหนำซ้ำยังราคาถูกอีกต่างหาก และการที่หนังสือที่มันถูกเนี่ยแหละมันทำให้คนที่มีรายได้ไม่มากสามารถเข้าถึงหนังสือและการอ่านได้มากขึ้น สังคมการอ่านก็โตขึ้นในระดับหนึ่ง ปริมาณการอ่านหนังสือก็เพิ่มขึ้น
 
แต่ในความเป็นจริงแล้วมันก็มีข้อเสียหลาย ๆ อย่างเหมือนกันนะ (ที่ฉันคิดได้มีหก) ดังนี้ (ใครไม่ชอบอะไรหนัก ๆ ก็อ่านผ่าน ๆ ละกัน แล้วไปอ่านตอนท้ายต่อนะ)
 
อย่างแรกที่เห็นได้ชัด คือ งานสัปดาห์หนังสือมีลักษณะเป็นการค้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ๆ ๆ ๆ ถ้าใครเคยไปเดินสัปดาห์หนังสือสมัยที่มันยังจัดอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการละก็จะรู้สึกได้แน่นอน มันเริ่มยากแล้วที่ลูกค้าจะสามารถเดินเข้าร้านหนังสือแล้วใช้เวลาพินิจพิเคราะห์หนังสือเปิดอ่านเลือกดู เดี๋ยวนี้เวลาไปก็จะมีพนักงานขายคอยมากรอกหูคุณว่าอันนู้นดีค่ะอันนี้ดีครับ (มันดีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ มันอยากขาย) เหมือนจะเร่ง ๆ เราให้ซื้อ ๆ ไป หนังสือกลายเป็นสินค้าที่ซื้อเร็วไปเร็ว ทั้ง ๆ ที่เป็นอะไรที่ควรจะใช้เวลาพิจารณาเลือกซื้อ (การอ่านที่ดี ก็ควรควบคู่ไปกับการอ่านหนังสือดี ๆ ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนา ไม่ใช่การอ่านหนังสือแย่ ๆ หนังสือแย่ปริมาณเยอะก็ไม่ได้ช่วยให้เกิดการพัฒนาหรอก สู้อ่านดี ๆ แต่ปริมาณน้อยจะดีกว่าไหม)
 
อย่างที่สองพองานสัปดาห์หนังสือจัดขึ้นและมีชื่อมากขึ้นในเรื่องของการลดราคา คนเดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยจะซื้อหนังสือตามร้านหนังสือเหมือนปกติ ชอบจะเก็บตังค์ไปซื้อหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือเสียมากกว่าเพราะราคามันถูกกว่าพอสมควร ทำให้เรารู้สึกสงสารร้านหนังสือขึ้นมาทันควัน เพราะอะไรรายได้ของเขาลดลง ซึ่งถ้ามันเป็นอย่างนี้มาก ๆ ร้านหนังสือก็คงจะอยู่ไม่ได้ เพราะรายได้ของเขามาจากค่าวางของที่ร้าน ค่าคอมมิชชั่นที่ขายได้ ถ้าขายไม่ได้ก็อด นิสัยแบบนี้เนี่ยมันอาจะทำให้การเติบโตของธุรกิจหนังสือชลอได้เหมือนกัน วิธีแก้ปัญหาก็มีคือลดราคาหนังสือในร้านลงให้พอ ๆ กับที่ขายในสัปดาห์หนังสือ แต่ถ้าเอาเข้าจริง ๆ แล้วจะได้อะไรขึ้นมาล่ะ ค่าคอมฯก็หายไป รายได้ก็น้อยลง ที่หนังสือที่สัปดาห์หนังสือที่ลดเพราะอะไรเพราะมันขายกันในราคาที่ไม่รวมค่าคอมมินชั่นไงคับพี่น้อง เป็นลักษณะที่ว่าสำนักพิมพ์ขายตรงให้กับผู้อ่านโดยไม่ต้องผ่านสือกลาง ถ้างานแบบนี้จัดบ่อย ๆ เนี่ย ร้านหนังสือคงอยู่ไม่รอดแน่นอน เพราะคนก็จะเก็บตังค์ไว้สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ
 
อย่างที่สามงานสัปดาห์หนังสือเป็นเหมือนกระแส แล้วคนไทยก็เป็นประเภททำอะไรก็เฮละโลกันทำหมดตามกระแส ไม่ทำไม่เก๋ ไม่ทำไม่อินเทรนด์ ประมาณเนี้ยทำให้งานหนังสือคนเยอะมากกกกก วันนี้ที่ไปมา หรือจะปีอื่น ๆ ก็เถิด คนเยอะไปหมด ซึ่งส่วนหนึ่ง (ไม่รู้ว่ามากหรือน้อยละนะ) ก็เป็นคนตามกระแสเนี่ยแหละ ที่ไปเฉย ๆ ไปเดินดู ไม่ได้ซื้ออะไรแล้วก็กลับ (มันทำให้งานคนเยอะไปหมด ทั้ง ๆ ที่จำนวนคนเข้าชมงานมันน่าจะน้อยกว่านี้สามารถเดินชมงานได้สบายมากกว่านี้) รู้ไหมว่าที่ต่างประเทศเขาทำยังไงเวลาจัดงาน เขาให้คนที่จะเข้าชมจ่ายค่าเข้าชม ซึ่งมันจะช่วยลดจำนวนคนประเภทนี้ได้พอสมควร เพราะพวกที่ไม่ได้อยากซื้อจริง ๆ ก็จะไม่จ่ายตังค์เข้าไป คนที่จะเข้าก็เป็นคนที่อยากไปจริง ๆ และนอกจากนี้สมาคมที่จัดงานนี้ก็จะสามารถลดต้นทุนค่าสถานที่หรือค่าจิปาถะอื่น ๆ ไปได้พอสมควร ไม่ต้องเก็บแพงก็ได้คนละห้าสิบบางก็ยังดี (อย่างน้อยก็พอ ๆ กับการซื้อหนังสือหนึ่งเล่ม จริงมะ)
 
อย่างที่สี่สัปดาห์หนังสือในประเทศไทยนี้ก็แปลก ไม่ได้มีช่วงเจรจาธุรกิจเลย บ้านเมืองอื่นเค้าเวลามีงานสัปดาห์หนังสือเนี่ยเค้าจะกันประมาณสองสามวันแรกไว้สำหรับการเจรจาธุรกิจระหว่างสำนักพิมพ์ในประเทศ และการเจรจาระหว่างสำนักพิมพ์ในประเทศกับสำนักพิมพ์ต่างชาติ ในเรื่องเกี่ยวกับลิขสิทธิ์หนังสือ การลงทุน จิปาถะ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจหนังสือมันโต มันมีความก้าวหน้า เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในระดับนานาชาติขึ้น แต่ที่ทำอยู่คือขายปลีกลูกเดียวขายคนไทยเนี่ยแหละ แล้วเมื่อไรคนไทยจะได้เห็นหนังสืออะไรใหม่ ๆ น่าสนใจจากต่างประเทศบ้าง แล้วเมื่อไรหนังสือไทยจะมีโอกาสเงยหน้าอ้าปากในตลาดโลกบ้างล่ะ? คำเดียวยาก
 
อย่างที่ห้าตั้งชื่อซะโก้เก๋ทีเดียวว่างานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ หรืออะไรประมาณเทือกนี้ละนะ แล้วไหนละหนังสือจากต่างประเทศ มีอยู่กี่ประเทศเชียวนับร้านแล้วคิดเป็นเปอร์เซนต์ก็ยังอยู่ที่หลักหน่วย ทั้ง ๆ ที่อย่างน้อยมันน่าจะมีให้ได้สักสิบเปอร์เซนต์ของงานขึ้นไป งานแบบนี้น่าจะส่งจดหมายไปตามสถานฑูตต่าง ๆ ให้มาออกร้านหนังสือของประเทศตัวเองบ้าง คนไทยจะได้เปิดหูเปิดตาบ้าง เห็นอะไรที่มีโอกาสเห็นได้น้อยมากขึ้น ไม่ต้องมาทีเดียวหมดก็ได้ เวียนมาเปลี่ยนกันไปในแต่ละปีก็ยังดี ให้มันมีความเป็นนานาชาติอย่างที่ชื่องานเรียกหน่อยเถอะ
 
อย่างที่หกหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือไม่ค่อยได้จัดประเภทให้มันเป็นหมวดหมู่เท่าไรนัก ประมาณว่ารวม ๆ ปน ๆ กันไปนั่นแหละเดินหากันให้ปวดหัวไปหมดอะไรก็ไม่รู้ มันน่าจะจัดให้เป็นระบบระเบียบมากกว่านี้ เช่น หมวดวรรณกรรมเยาวชน หมวดสารคดี หมวดหนังสือวิชาการ ฯลฯ แต่พอมานั่งคิดจริง ๆ แล้วปัญหานี้มันก็แก้ได้ยาก เพราะสำนักพิมพ์หลาย ๆ สำนักพิมพ์ผลิตหนังสือหลาย ๆ ประเภทไม่ได้แยกประเภทใดประเภทหนึ่งอย่างชัดเจน ซึ่งนั่นก็คือสำนักพิมพ์ใหญ่ ๆ (คงไม่ต้องกล่าวชื่อ ณ ที่นี้ ฉันกลัวโดนฟ้อง)
 
เท่านี้แหละหกอย่างที่คิดได้ และก็คิดมาหลายปีและแต่ไม่มีโอกาสเขียนอะไรออกมาสักที ออกจะบ่น ๆ หน่อยแต่มันก็เป็นความจริง ลองคิดดูสิถ้าเราสามารถแก้ปัญหาในจุดต่าง ๆ นี้ได้ก็คงจะดี งานหนังสือก็จะดีขึ้น รวมถึงสังคมการอ่านของประเทศไทยด้วย
 
แต่เรานั่งเขียนบทความนี้ไปมาก็ทำให้เราคิดได้ว่าอย่างน้อยก็ดีนะที่ประเทศไทยก็พัฒนาอยู่ในระดับที่สามารถจัดงานหนังสือได้ถึงแม้จะมีข้อเสียต่าง ๆ ข้างต้นก็เถิด...

评论 (6)

请稍候...
很抱歉,您输入的评论太长。请缩短您的评论。
您没有输入任何内容,请重试。
很抱歉,我们当前无法添加您的评论。请稍后重试。
若要添加评论,需要您的家长授予您相应权限。请求权限
您的家长禁用了评论功能。
很抱歉,我们当前无法删除您的评论。请稍后重试。
您已超过了一天之内允许提供的评论数上限。请在 24 小时后重试。
因为我们的系统表明您可能在向其他用户提供垃圾评论,您的帐户已禁用了评论功能。如果您认为我们错误地禁用了您的帐户,请联系 Windows Live 支持部门
完成下面的安全检查,您提供评论的过程才能完成。
您在安全检查中键入的字符必须与图片或音频中的字符一致。

若要添加评论,请使用您的 Windows Live ID 登录(如果您使用过 Hotmail、Messenger 或 Xbox LIVE,您就拥有 Windows Live ID)。登录


还没有 Windows Live ID 吗?请注册

NMint发表:
 
   อืมมม สมเป็นนักอักษรศาสตร์เลยนะแก รอบรู้ดีอะ ชอบๆ อ่านบล๊อกของแกแล้วก็เพลินดี และยังได้ความรู้ข้อคิดเพิ่มขึ้นด้วย เรื่องงานหนังสือเนี่ย เราก็แค่คิดและรำคาญว่า ทำไมคนมันเยอะแยะอะไรกันนักหนาว้า ที่คิดเองได้ก็รู้สึกยินดีนะ ที่อย่างน้อย คนไทยถึงแม้จะไม่ใช่ทุกคนที่ไปงานสัปดาห์หนังสือ รักการอ่าน แต่ก็ไม่เคยคิดอีกแง่มุมนึง ยิ่งเรื่อง สัญญาธุรกิจ หรือว่า เรื่องร้านหนังสืออะไรเลย ก็ได้ความรู้ ได้รู้มุมมองที่ต่างไป รู้สึกว่าอ่านบล๊อกของแกแล้วประเทืองปัญญาดีว่ะ แต่ขอบ่นหน่อยเหอะ อ่านนานๆก็แอบปวดตา สีสันแสบทรวงเหลือเกิน พื้นดำอีก โอ้ย เห็นใจคนสายตาไม่ดีบ้างเห้อะ แก่ๆกันแล้วนะ 555555
5 月 2 日
Wannabha发表:
อืม  ปรับไปเป็นบทความลงหนังสือได้เลยนะเนี่ย  ลองหาที่ส่งดูนะคะ  ภาก็คิดๆ อยู่ว่ามันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียแหละน่า แต่โปรโมตกันซะสวยหรู  ทำยังกะว่าอะไรที่เกี่ยวกับหนังสือต้องดีไปหมดทุกย่าง  แต่ก็ไม่เคยนั่งแจกแจงข้อดีและ(โดยเฉพาะ)ข้อเสีย  ได้เท่าพี่กานต์ 
เห็นด้วยกับข้อ  2  เพราะภาก็ทำ  ก็นะ  มีบ่อยซะจนประมาณว่าหนังสือที่ซื้อมาจากงานที่แล้วยังอ่านไม่ทันจบเลยจัดงานใหม่อีกแล้ว  อีกทั้งบางทีเราไม่อยากไป  ก็เจอคนนี้คนนนู้นลากไปจนได้  ก็ได้ซื้ออยู่ดี  เห็นใจร้านหนังสือค่ะ  แต่ยอมรับว่าเห็นใจกระเป๋าตังค์ตัวเองมากกว่า  แหม  มันถูกกว่ากันตั้งเยอะ  นิยายเล่มละแพง ๆ ยังเงี้ย  เนอะ
ว่าแล้ว  เราก็มาเขียนนิยายอ่านเองกันดีกว่า  เอ้า  สู้
4 月 9 日
ชั้นเห็นด้วยกับข้อห้าสีเขียว
จิงเว่ยๆ
สมควรมีหนังสือต่างประเทศมากมามกามกมากมากกกกกกกกกกกว่าเน้
 
แต่ว่าเห็นแถบการ์ตูนคนเยอะ แถบหนังสือเพื่อสมองคนน้อยนี่มันสะท้อนใจอยู่เหมือนกันว่ะ
รือเยาวชนจะเอาแต่มันส์
 
4 月 9 日
เห็นด้วยกับพี่กานต์นะ...
มินว่า...เดี๋ยวนี้มันกลายเป็นเทรนด์...อย่างที่พี่บอกแหละ...
ไปให้มันดูโก้ๆไปงั้นเอง...
แบบไม่ได้ตั้งใจจะไปซื้ออะไร...
งานหนังสือคราวนี้...
มินไปตั้ง 3 วันแน่ะ...
2 ใน 3 ไปทำงานให้มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก...
อีก 1 วันที่เหลือ...ไปเดินซื้อหนังสือจริงจัง...
แม่ฝากซื้อด้วย...
รวมแล้ว...หมดไปราวๆ...2500...เลยมั้ง...
แต่เห็นคนแล้วก็เหนื่อยใจ...
ยิ่งวันหยุดนะ...แทบไม่มีที่ให้เดิน...
 
ป.ล.ไว้ไปดูหนังด้วยกันอีกนะคะ...
ป.ล.2ที่ว่าจะเตรียมตุ๊กตาไปให้เนี่ย...ดูเสร็จต้องยกให้เลยดิ...ไม่ง้านนนน...แง้วๆกะพี่กานต์เหมือนเดิมดีก่า...555+
4 月 8 日
เห็นด้วยกับพี่กานต์ในหลายข้อทีเดียว งานหนังสือเริ่มๆ จะน่าเบื่อเพราะจำนวนคนมากจนเดินแกว่งปลายนิ้วจะไม่ได้อยู่แล้ว
ภีมไปงานหนังสือส่วนใหญ่เพราะชอบไปตามการ์ตูนชุดๆ ที่ตามยากๆ (แน่นอนเขาต้องเอามาขายสิ..ได้เงินนี่นา) และเพื่อพจนานุกรมกับอ้างอิงที่หายาก
โปรดเห็นใจดิฉันที่ทุนทรัพย์น้อยด้วยเถิด อย่าง Longman Exam Dictionary ข้างนอกขายเล่มละ ๙๑๐ บาท
เดินดีๆ ในงานได้ ๖๘๐ บาททีเดียว คุณพี่คะ..สามร้อยนี่กินข้าวได้ ๙ มื้อเชียวนะคะ
4 月 8 日
ชั้นก็ไปงานหนังสือมา 
ชั้นก็พบว่าคนมันจะมาทำไมเยอะแยะ
ชั้นซื้อหนังสือคอมมาเล่มเดียวเอง
ซึ่งชั้นไปหาซื้อร้านหนังสือแถวบ้านก็ได้ ถึงแม้ว่าบวกค่าน้ำมันแล้วราคาที่ซื้อจากร้านหนังสือไป มันก็ไม่ต่างกันนิ
ชั้นอยากได้หนังสือพวกนิยายประโลมโลกที่ดารดาษไปหมด แต่ชั้นก็ไม่ด้ซื้อเพราะคนมันจะเยอะอะไรกันนักนะ
 
เรื่องเค้กน่ะ   พักไว้ก่อน น้องชั้นมันขี้เห่อ แค่นั้นเอง
4 月 7 日

引用通告

此日志的引用通告 URL 是:
http://supawatchomchan.spaces.live.com/blog/cns!2CFC4D13D9B344E5!361.trak
引用此项的网络日志